นิกาย

       นิกายในศาสนาอิสลาม

     การแยกนิกายของศาสนาอิสลาม มีลักษณะพิเศษ คือ ไม่ได้เกิดจาก ความขัดแย้งเรื่องคำสอน หรือหลักปฏิบัติในศาสนกิจ แต่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง การปกครอง กล่าวคือ ผู้นำของโลก มุสลิม นอกจากจะเป็นผู้นำด้าน ศาสนจักรแล้ว ยังเป็นผู้นำอาณาจักร ในเวลาเดียวกันด้วย เมื่อท่านนะบี มูฮำหมัดถึงแก่กรรม  จึงหาข้อยุติไม่ได้ นำไปสู่การแตกแยก และก่อตั้งลัทธิ ต่าง ๆ  ลัทธิที่สำคัญ มีดังนี้

                ๑  นิกายซุนนี

            นิกายนี้รู้จักกันทั่วไปในโลกมุสลิม  และชุมชนมุสลิมกลุ่มใหญ่นั้นเชื่อและปฏิบัติตามนิกายนี้  คำว่า  ซุนนี  มาจากภาษาอาหรับที่ว่า  ซุนนะฮ์  แปลว่า  จารีต หรือการปฏิบัติตามศาสดาไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ  แปลอีกนัยหนึ่งคือพวกที่เคร่งครัดในแนวทางโดยยึดหลักของคัมภีร์อัลกุรอานเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและถือว่าพระวจนะของท่านศาสดาเท่านั้นเป็นทางนำ  นอกจากนั้นยังยึดถือผู้ที่ใกล้ชิดศาสดาเป็นเสมือนผู้ที่เชื่อถือในการที่จะคิดและเอาวจนะของท่านมาเผยแพร่ด้วย

                 นิกายนี้ให้ความสำคัญแก่บรรดาคอลีฟะฮ์ทั้ง  ๔  ที่สืบต่อจากศาสนาเท่านั้นส่วนคอลีฟะฮ์หลังจากนั้นมิได้ยึดถือว่ามีความสำคัญแต่อย่างใด  แนวยึดถือของนิกายนี้ส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามอิหม่ามหรือเรียกว่า  มัซฮับ  ๔  คน  คือ  อิหม่ามฮานาพี  อิหม่ามมาลิกี  อิหม่าม  ซาฟิอี  และ  อิหม่ามฮัมบลี  เท่านั้น  หลักการต่างๆ  ที่เชื่อถือตามแนวทางของอิหม่ามทั้ง  ๔  นี้  เป็นหลักการที่สอดคล้องกับการกระทำของศาสดาเป็นส่วนใหญ่

                พวกนิกายนี้ใช้หมวกสีขาวเป็นสัญลักษณ์  และเป็นนิกายที่มีผู้นับถือมากที่สุดถือว่าเป็นนิกายดั้งเดิม  แล้วส่วนมากมีอยู่ในประเทศสาธารณรัฐตุรกี  ซาอุดิอาระเบีย  แอฟริกาและชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในอินโดนีเซีย  มาเลเซียและประเทศไทย

                ๒  นิกายซีอะฮ์

            คำว่า  ชีอะฮ์  แปลว่า  ผู้ปฏิบัติตาม  หรือ  สาวก  นิกายนี้ได้แตกแยกออกมาจากนิกายซุนนี  นิกายชีอะฮ์เรียกผู้สืบทอดจากพระมุฮัมหมัดว่า  อิหม่าม  โดยถือว่าอิหม่ามนั้นเป็นผู้หมดมลทินจากบาป  เป็นสื่อกลางการติดต่อระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และเป็นผู้แปลพระวัจนะของพระเจ้าที่ปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน  เรียกว่า  อยาตุลเลาะห์  แปลว่า  อายุแห่งอัลลอฮ์

                นิกายซีอะฮ์ถือว่าหลังจากศาสดามูฮัมหมัดแล้ว  คอลีฟะฮ์อื่นๆ  นั้นไม่ใช่คอลีฟะฮ์ที่แท้จริงเพราะอิหม่ามที่สืบต่ออย่างถูกต้อตามตามความเชื่อของนิกายนี้มี  ๑๒  คน  คือ

     ๑)  อาลี                                       ลูกพีลูกน้องและบุตรเขยของท่านศาสดา

     ๒)  ฮาซัน                                    บุตรคนโตของอิหม่ามอาลี

     ๓)  ฮูเซ็น                                     น้องชายของอิหม่ามที่  ๒

     ๔)  อาลี  ซัยนุลอาบิดีน               บุตรของอิหม่ามที่  ๓

     ๕)  มูฮัมหมัด  อัลบากีร               บุตรของอิหม่ามที่๔

     ๖)  ยะฟัร  อัลซอดิก                     บุตรของอิหม่ามที่  ๕

     ๗)  มูซา  อัล  กอซิม                    บุตรของอิหม่ามที่  ๖

     ๘)  อาลี  อัลริดอ                          บุตรของอิหม่ามที่  ๗

     ๙)  มูฮัมหมัด  อัลญะวาด           บุตรของอิหม่ามที่  ๘

     ๑๐)  อาบี  อัลฮาดี                        บุตรของอิหม่ามที่  ๙

     ๑๑)  อาซัน  อัล – อาการี           บุตรของอิหม่ามที่  ๑๐

     ๑๒)  มุฮัมหมัด  อัลมะฮ์ดี         บุตรของอิหม่ามที่  ๑๑

สำหรับอิหม่ามองค์สุดท้ายนั้น  พวกชีอะฮ์เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่  ต่างเชื่อกันว่าอิหม่ามได้หายตัวไปอย่างลึกลับ  ขณะที่หายตัวไปนั้นอัลมะฮ์ดียังเด็กอยู่  บ้างก็ว่าหายไปตอนอายุ  ๔  ขวบ  บ้างก็ว่าหายไปตอน  ๘  ขวบ  และอิหม่ามผู้นี้ถือว่าจะเป็นผู้มาปราบยุคเข็ญของโลกและจะมาปรากฏตัวในวันสุดท้ายของโลก  นิกายชีอะฮ์ถือว่า  ปัจจุบันเป็นช่วงระยะเวลาแห่งการรอคอยการกลับมาของอิหม่ามองค์สุดท้ายในฐานะของมะฮ์ดี  ซึ่งหมายถึง  ผู้ถูกนำโดยพระเจ้า  หรือ ผู้นำทางอันชอบในอนาคต  นิกายชีอะฮ์นี้มีผู้นับถือมากที่สุดในประเทศอิหร่าน  อิรัก  อินเดีย  อัฟกานิสถาน  และซีเรียนิกายนี้ใช้หมวกสีแดงเป็นสัญลักษณ์

  นิกายคอวาริจ

     ๑)  ตำแหน่งที่สูงสุด  ที่เรียกกันว่า  คอลีฟะฮ์นั้นให้เลือกกันโดยเสรี  โดยทุกประเทศในโลกมุสลิมจะต้องมีส่วนด้วย  ไม่ใช่เฉพาะเลือกกันในบางกลุ่มอย่างที่กระทำกันอยู่

     ๒)  ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนี้  ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อสายกุเรชที่เป็นชนเผ่าของท่าศาสดาเสมอไป  แม้จะไม่ใช่ชาวอาหรับทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน

     ๓)  บุคคลใดกระทำผิดและฝืนบัญญัติของศาสนา  ถือว่าพ้นสภาพการเป็นมุสลิมทันที  ดังนั้น  ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามและไม่ต่อสู้ตามแนวทางของตนที่กำหนดไว้ต้องถือว่าเป็นพวกที่มีความผิดมหันต์

นิกายนี้ได้สมญานามอีกอันหนึ่งจากกลุ่มมุสลิมโดยทั่วไปว่า  พวกนอกคอก  หมายถึง  พวกที่รุนแรง  และมุสลิมบางกลุ่มถึงกับกล่าวว่าพวกที่ออกนอกแนวทางของศาสนาอิสลามไม่ควรนับว่าเป็นมุสลิม

  นิกายวาฮะบิ

                นิกายนี้ก่อตั้งขึ้นโดยท่าน  มุฮัมมัด-อับดุลา-วาฮับ  เมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่  ๑๘  ในประเทศซาอุดิอาระเบีย  นิกายนี้เน้นความสำคัญเฉพาะคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานและคำสอนของท่านนบีมูฮัมมัดเท่านั้น  ไม่ยอมรับการตีความของผู้นำหรือนักปราชญ์คนใดๆ  ในศาสนาอิสลาม  นิกายนี้ถือว่าคัมภีร์อัลกุรอานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจตีความหรืออธิบายได้  มุสลิมทุกคนจะต้องปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร  นิกายวาฮะบิปฏิเสธพิธีกรรมใดๆ  ก็ตามที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์  และไม่เคารพเชื่อฟังผู้ใดนอกจากพระเจ้าเพียงผู้เดียว

                จุดหมายของนิกายนี้คือการรักษาศาสนาอิสลามให้บริษุทธิตามแบบดั้งเดิมจึงปฏิเสธทุกสิ่งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน  นิกายนี้มีผู้นับถือแพร่หลายอยู่ในประเทศอินเดีย  แอฟริกาตะวันออกและบางประเทศในตะวันออกกลาง

 

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s